ขายรถเครน ราคาถูก สินค้ามือสองนำเข้าจากญี่ปุ่น เครื่องจักร่อสร้าง จัดประมูล จำหน่ายรถเครน รถแม็คโคร |บางกอกอ๊อคชั่น

☁ รถยก | รถยกคืออะไร ? มีกี่ประเภท ? ใช้งานอย่างไร ?

"รถยก" หรือ "รถโฟล์คลิฟท์"

รถยก รถโฟล์คลิฟท์ รถฟอร์ลิฟท์ รถยกไฟฟ้า รถยกนั่งขับ รถยกยืนขับ ความรู้เกี่ยวกับรถโฟล์คลิฟท์ การใช้รถโฟล์คลิฟท์

  • รถยก คือ รถบรรทุกประเภทหนึ่งที่ใช้เคลื่อนย้ายวัสดุสิ่งของจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยได้ติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานในโรงงาน หรือในบริเวณพื้นที่แคบ ๆ จุดประสงค์หลักก็คือยกวัสดุสิ่งของขึ้นสูง รถยกไม่เหมาะกับการเคลื่อนย้ายเป็นระยะทางไกลๆ ซึ่งผู้ใช้งาน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเรียนรู้ลักษณะหน้าที่ของโครงสร้าง และส่วนประกอบที่สำคัญของรถยก

  •        รถยกแบ่งออกตามประเภทต้นกำลังขับเคลื่อนได้ 2 ประเภท คือ

  • 1. ENGINE FORKLIFT รถยกที่ใช้เครื่องยนต์เป็นต้นกำลัง โดยส่วนใหญ่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง รถยกประเภทนี้สามารถแบ่งออกตามชนิดเชื้อเพลิงที่ใช้ได้ 3 ประเภท คือ
  •        1.1 DIESEL ENGINE FORKLIFT (รถยกเครื่องยนต์ดีเซล)

    รถยก รถโฟล์คลิฟท์ รถฟอร์ลิฟท์ รถยกไฟฟ้า รถยกนั่งขับ รถยกยืนขับ ความรู้เกี่ยวกับรถโฟล์คลิฟท์ การใช้รถโฟล์คลิฟท์

           1.2 GASOLINE ENGINE FORKLIFT (รถยกเครื่องยนต์แก๊สโซลีน)

    รถยก รถโฟล์คลิฟท์ รถฟอร์ลิฟท์ รถยกไฟฟ้า รถยกนั่งขับ รถยกยืนขับ ความรู้เกี่ยวกับรถโฟล์คลิฟท์ การใช้รถโฟล์คลิฟท์

           1.3 L.P.G. ENGINE FORKLIFT (รถยกเครื่องยนต์แก๊ส L.P.G.)

    รถยก รถโฟล์คลิฟท์ รถฟอร์ลิฟท์ รถยกไฟฟ้า รถยกนั่งขับ รถยกยืนขับ ความรู้เกี่ยวกับรถโฟล์คลิฟท์ การใช้รถโฟล์คลิฟท์


    นอกจากนั้นรถยกที่ใช้เครื่องยนต์เป็นต้นกำลัง สามารถแบ่งตามระบบส่งกำลังได้ 2 ประเภท
    - รถยกระบบส่งกำลังด้วยทอร์ค (TOROFLOW TRANSMISSION FORKLIFT)
    - รถยกระบบส่งกำลังด้วยคลัทซ์ (DIRECT DRIVE FORKLIFT)

  • 2. BATTERY FORKLIFT รถยกไฟฟ้าใช้มอเตอร์เป็นต้นกำลัง ขับเคลื่อนโดยได้รับกระแสไฟฟ้ามาจากแบตเตอรี่ รถยกไฟฟ้าสามารถแบ่งตามลักษณะโครงสร้างภายนอกได้เป็น 2 แบบ คือ
  •        2.1 รถยกแบบนั่งขับ (COUNTER BALANCIT FORKLIFT)

    รถยก รถโฟล์คลิฟท์ รถฟอร์ลิฟท์ รถยกไฟฟ้า รถยกนั่งขับ รถยกยืนขับ ความรู้เกี่ยวกับรถโฟล์คลิฟท์ การใช้รถโฟล์คลิฟท์

          เป็นรถยกที่ถูกออกแบบมาให้ใช้กับงานบรรทุกของหนัก ตั้งแต่ขนาดบรรทุก 4,000 กก. แต่จะยกได้ไม่สูงมากนัก คือจะน้อยกว่าประเภท REACH TRUCK เหมาะกับพื้นที่กว้าง ๆ และไม่เรียบนัก

           2.2 รถยกแบบยืนขับ (RECH TURCK FORKLIFT)

    รถยก รถโฟล์คลิฟท์ รถฟอร์ลิฟท์ รถยกไฟฟ้า รถยกนั่งขับ รถยกยืนขับ ความรู้เกี่ยวกับรถโฟล์คลิฟท์ การใช้รถโฟล์คลิฟท์

           ส่วนใหญ่จะเป็นรถยกไฟฟ้า เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่เรียบ แคบ หรือชั้นเก็บของสูงความสามารถในการยกน้ำหนักได้น้อย ส่วนมากจะไม่เกิน 2,000 กก.



           เพื่อประโยชน์ในการเก็บข้อมูลรถยก และทำประวัติตลอดจนการซ่อมแซมบำรุงรถยก รวมทั้งการจัดซื้ออะไหล่ต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง จึงควรรู้ความหมายของโค๊ตรถยกดังต่อไปนี้ คือ

  • รถยก V45 ความสูงของเสา

  • รถยก 30 ความสามารถในการยกวัสดุสิ่งของ 3 ตัน

  • รถยก FD รถยกประเภทเครื่องยนต์ดีเซล (Diesel)

  • รถยก FG เครื่องยนต์เบนซิน (Gasoline)

  • รถยก FB ใช้แบตเตอรี่เป็นพลังงาน (Electric)


  • รถยก 10 ขนาด 1 ตัน
  • รถยก 15 ขนาด 1.5 ตัน
  • รถยก 20 ขนาด 2 ตัน
  • รถยก 25 ขนาด 2.5 ตัน
  • รถยก 30 ขนาด 3 ตัน
  • ความสูงของเสา

  • รถยก V30 สูง 3 เมตร
  • รถยก V45 สูง 4.5 เมตร

  • ก่อนติดเครื่องรถยก
  •        1. ตรวจดูความสะอาดภายนอก

           2. ตรวจระดับน้ำในหม้อน้ำและหม้อพักน้ำ

           3. ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง

           4. ตรวจดูระดับน้ำมันเชื้อเพลิง

           5. ตรวจดูระดับน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ

           6. ตรวจระดับน้ำมันไฮโดรลิค

           7. ตรวจระดับน้ำมันเกียร์พวงมาลัย

           8. ตรวจดูระดับน้ำมันเบรค

           9. ตรวจระดับน้ำกลั่นแบตเตอรี่

           10. ตรวจความตึงของสายพานเครื่องยนต์

           11. ตรวจการทำงานของเบรคมือและขาเบรค

           12. ตรวจระบบสัญญาณไฟเลี้ยว ไฟถอยหลัง ไฟส่องสว่างและสัญญาณแตร

           13. ตรวจสภาพความตึงของโซ่ยกของ

           14. ตรวจสภาพยาง

           15. ตรวจวัดลมยางและเติมให้ได้แรงดันตามที่กำหนดไว้

           16. ตรวจรอยรั่วซึมตามจุดต่าง ๆ

  • หลังติดเครื่องรถยก
  •        1. ตรวจเช็คว่ามีเสียงดังผิดปกติจากเครื่องยนตืหรือไม่

           2. ตรวจดูไฟที่หน้าปัดดับหมดหรือไม่

           3. ตรวจระยะฟรีของพวงมาลัยและการบังคับเลี้ยว

           4. ตรวจการทำงานของชุดควบคุมอุปกรณ์ยกงาว่าทำงานเรียบร้อยหรือไม่

  • หลังการใช้งานขณะเครื่องยนต์รถยกยังติดอยู่
  •        1. จอดรถในสถานที่จอดรถกำหนดไว้

           2. ลดงาของรถให้อยู่ในแนวราบกับพื้นโรงงาน

           3. ล็อคเบรคมือให้เรียบร้อย

           4. หล่อลื่นตามจุดต่าง ๆ ให้เรียบร้อย เช่น โซ่ยกของ ชุดแผ่นทองเหลืองหลังเสา

           5. ตรวจเช็คดูการรั่วซึมจากการใช้งาน เช่น น้ำมันไฮโดรลิค น้ำมันเกียร์น้ำมันเครื่อง และน้ำในหม้อน้ำ

           6. ตรวจเช็คฟังเสียงว่ามีเสียงอะไรผิดปกติหรือไม่

           7. หลังจากการใช้งาน ควรปล่อยให้เครื่องยนต์เดินเบาในตำแหน่งเกียร์ว่างประมาณ 3 นาที จึงค่อยดับ

  • หลังดับเครื่องยนต์รถยก
  •        1. เติมน้ำมันให้เต็มถังเพื่อพร้อมการใช้งานในวันต่อไป

           2. ปลดเกียร์ว่างไว้เสมอ และดึงลูกกุญแจรถออกเก็บยังที่เก็บ



           รถยก (FORKLIFT TRUCK) เป็นรถบรรทุกประเภทหนึ่ง ที่ใช้เคลื่อนย้ายวัสดุสิ่งของจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยได้ติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน งานในโรงงานหรือในบริเวณพื้นที่แคบ ๆ จุดประสงค์หลักก็คือ ยกวัสดุสิ่งของขึ้นสูงไม่เหมาะกับการเคลื่อนย้ายเป็นระยะทางไกล ๆ ซึ่งผู้ใช้งานหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องเรียนรู้ลักษณะหน้าที่ของโครงสร้างและส่วนประกอบที่สำคัญของรถยก ดังนี้

           1. โครงรถ (FRAME) เป็นอุปกรณ์หลัก ใช้เป็นที่ติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ของรถยกซึ่งทำมาจากเหล็กพับขึ้นรูป มีความหนาประมาณ 1 - 2 มิลลิเมตร

           2. เสา (MAST) คือ รางเลื่อนสำหรับให้งา (FORK) เลื่อนขึ้นลงเป็นที่ติดตั้งระบบไฮโดรลิค และโซ่ที่ใช้สำหรับยกของ เสารางเลื่อนได้ถูกแบ่งเป็นตอน โดยปกติแล้วเสารางเลื่อนของรถยกทั่ว ๆ ไปจะมี 2 ตอน แต่บางครั้งเพื่อความเหมาะสมกับลักษณะของงานบางประเภทแล้วจึงออกแบบให้มี 3 ตอนเช่น งานบรรทุกของเข้าตู้คอนเทนเนอร์ เป็นต้น

           3. โซ่ (CHAIN) ทำหน้าที่ยกน้ำหนักของวัสดุสิ่งของให้เลื่อนขึ้นลงตามเสา โดยปกติจะมี 2 เส้นหรือ 4 เส้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนเสา

           4. งา (FORK) ทำหน้าที่รับน้ำหนักของวัสดุสิ่งของที่จะยก เป็นอุปกรณ์ที่ทำมาจากเหล็กหล่อชนิดพิเศษใช้สอดเข้าไปเพื่อการบรรทุกวัสดุสิ่งของต่าง ๆ นอกจากนี้ยังสามารถถอดเปลี่ยนเป็นแบบอื่น ๆ ได้ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของแต่ละประเภท

           5. ล้อหน้า (FRONT WHEEL) โดยลักษณะของการใช้งานแล้วล้อหน้าจะทำหน้าที่รับน้ำหนักบรรทุกทั้งหมด รับน้ำหนักของตัวรถ และยังเป็นล้อที่ต้องออกกำลังขับเคลื่อนรวมทั้งเบรคอีกด้วย ดังนั้นล้อหน้าจึงถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่กว่าล้อหลัง

           6. ล้อหลัง (REAR WHEEL) มีหน้าที่หลักเพื่อการบังคับเลี้ยว และจะมีขนาดเล็กกว่าล้อหน้าเพื่อความสะดวกในการบังคับเลี้ยว

           7. แผงกั้น (BACKREST) ทำหน้าที่เป็นแผงกั้นวัสดุสิ่งของเวลายกสูง เป็นที่พิงของวัสดุสิ่งของเวลายกทำให้ไม่ตกหล่น

           8. หลังคา (OVERHEAD GUARD) เป็นอุปกรณ์มาตราฐานมีหน้าที่ป้องกันอันตรายให้กับผู้ขับขี่ และป้องกันไม่ให้สัมภาระที่ยกตกลงใส่ผู้ขับขี่ในขณะที่ยกวัสดุสิ่งของขึ้นสูง ๆ

           9. ฝาครอบเครื่องยนต์ (ENGINE HOOD) เป็นอุปกรณ์ช่วยป้องกันความร้อนตลอดจนเก็บเสียงเครื่องยนต์ และยังเป็นที่สำหรับติดตั้งเก้าอี้ที่นั่งคนขับ

           10. น้ำหนักถ่วงท้ายรถ (COUNTER WEIGHT) ทำหน้าที่ถ่วงน้ำหนักของการบรรทุกด้านท้ายรถ เพื่อไม่ให้ท้ายรถกระดกในขณะบรรทุกวัสดุสิ่งของต่าง ๆ



  • ส่วนประกอบของรถยก
  •        1. ไฟหน้า

           2. ไฟเลี้ยว

           3. เสาสไลด์ในการยกขึ้นลงของงา

           4. เบาะนั่งคนขับ

           5. โครงเหล็กประคองตะกร้าหรือสิ่งของที่ทำการยก

           6. ยางหน้า

           7. งาสำหรับยกของ

           8. หลังคาโครงเหล็กป้องกันของที่ยกหล่นใส่คนขับ

           9. พวงมาลัยขับเคลื่อน

           10. ไฟเบรก

           11. เหล็กน้ำหนักถ่วง

           12. ไฟถอยหลัง

           13. ล้อยางหลัง

    รถยก รถโฟล์คลิฟท์ รถฟอร์ลิฟท์ รถยกไฟฟ้า รถยกนั่งขับ รถยกยืนขับ ความรู้เกี่ยวกับรถโฟล์คลิฟท์ การใช้รถโฟล์คลิฟท์

    รถยก รถโฟล์คลิฟท์ รถฟอร์ลิฟท์ รถยกไฟฟ้า รถยกนั่งขับ รถยกยืนขับ ความรู้เกี่ยวกับรถโฟล์คลิฟท์ การใช้รถโฟล์คลิฟท์

  • ชื่ออุปกรณ์ควบคุม และตำแหน่งของรถยก
  •        1. คันโยกสวิตซ์ไฟเลี้ยว

           2. คันโยกสำหรับยกขึ้นยกลง

           3. คันโยกสำหรับเอียงหรือกระดกงา

           4. คันเบรกมือ

           5. สวิตซ์ไฟแสงสว่าง

           6. สวิตซ์กุญแจสำหรับปิด-เปิด

           7. คันโยกสำหรับให้รถวิ่งไปข้างหน้า หรือถอยหลัง

           8. คันโยกสำหรับบังคับระดับความเร็ว

           9. พวงมาลัยขับเคลื่อน

           10. สวิตซ์กดแตรขอทางหรือระวังอันตราย

           11. คันเร่ง

           12. เบรกห้ามล้อ

           13. คลัทช์

           14. หน้าจอแสดงอุณหภูมิ

           15. หน้าจอแสดงระดับน้ำมัน

           16. หน้าจอแสดงระยะทางในการใช้งาน

           17. ฝาเปิด-ปิดถังน้ำมัน

    รถยก รถโฟล์คลิฟท์ รถฟอร์ลิฟท์ รถยกไฟฟ้า รถยกนั่งขับ รถยกยืนขับ ความรู้เกี่ยวกับรถโฟล์คลิฟท์ การใช้รถโฟล์คลิฟท์



           1. ไม่ควรใช้รถยกเป็นรถรับส่งผู้โดยสาร ยกเว้นเสียแต่ว่ามีแป้นที่ปลอดภัยติดกับงายกของและแป้นนี้ต้องมีราวกันตก

           2. ควรหลีกเลี่ยงการยกของเกินอัตรากำลังที่รุ่นของรถได้ระบุไว้

           3. ควรจัดวางงาให้มีขนาดความกว้างเท่ากับของที่จะยกเพื่อรักษาสภาพสมดุลย์ที่ดีที่สุด

           4. เพื่อสะดวกในการใช้รถควรจัดชุดของแผ่นรองยก (Pellet) ให้มีขนาดที่เหมาะสมเพื่อสะดวกในการใช้จะได้ไม่ต้องจัดงาบ่อยครั้ง

           5. ห้ามยกของหรือขับรถยกโดยการเอียงงานไปทางด้านหน้ารถเพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับ เพื่อนร่วมงานได้

           6. ในขณะที่ยกของขึ้นและลง ควรทำอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันการเสียหายของสิ่งของ

           7. ห้ามยกของ ถ้ารถยกไม่อยู่บนพื้นระดับที่จะทำการยกได้ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

           8. ในขณะที่เคลื่อนย้ายของไปข้างหน้าหรือหลังควรให้ชิ้นงานอยู่สูงกว่าพื้นระดับ ประมาณ 8 นิ้ว

           9. ถ้าของที่บรรทุกมีขนาดใหญ่ไม่สามารถมองเห็นข้างหน้าได้ ควรจะขับรถถอยหลัง

           10. เมื่อขับรถขึ้นเนินขณะที่มีของบรรทุกอยู่ ให้ขับเดินหน้าขึ้นเนิน แต่เวลาลงเนินให้ขับรถถอยหลังลง

           11. เมื่อขับรถขึ้นเนินโดยไม่มีของบรรทุก ให้ขับรถถอยหลังขึ้น เมื่อลงเนินให้ขับเดินหน้า

           12. ก่อนที่จะทำการสตาร์ทเครื่องต้องดึงเบรคมือและปลดเกียร์ว่างเสียก่อน

           13. ก่อนเลี้ยวรถต้องดูว่าข้างหน้าซ้าย และขวามีคนหรือรถสวนมาหรือไม่ เพื่อความปลอดภัย

           14. ห้ามยกของที่มีน้ำหนักมากอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานๆ

           15. ต้องขับรถทิ้งระยะห่างจากคันหน้าในระยะที่ปลอดภัย

           16. ต้องชลอความเร็วรถและต้องให้สัญญาณแตร เมื่อถึงทางแยกที่บริวเวณที่มองไม่เห็นข้างหน้า

           17. ผู้ขับขี่ต้องได้รับการการฝึกหัดขับอย่างถูกต้องปลอดภัย

           18. เวลาขับรถ ห้ามขับหยอกล้อกับพนักงานด้วยกัน เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้

           19. ก่อนที่จะขับรถลอดผ่านที่ใด ผู้ขับต้องแน่ใจว่าสามารถขับลอดผ่านไปได้โดยปลอดภัย

           20. ผู้ขับรถต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมาย

           21. ควรขับรถตามแนวเส้นที่ตีไว้ภายในโรงงาน

           22. ควรมีแผ่นป้ายบอกเตือนความปลอดภัยในแต่ละจุด

           23. ดับเครื่องทุกครั้งที่มีการเติมน้ำมัน

           24. อย่าใช้รถยกขับแข่งกัน

           25. ต้องหมั่นตรวจโซ่ยกของว่ามีสภาพใช้งานที่ดีหรือไม่

           26. อย่าออกรถหรือหยุดรถทันทีทันใด

           27. ชุดอุปกรณ์ป้องกันอุบัติเหตุต่างๆ ควรจัดให้อยู่ในสภาพเดิม

           28. ชุดไฟส่องสว่าง ไฟสัญญาณต่างๆ ต้องอยู่ในสภาพการใช้งานได้

           29. การยกของควรจะทดลองยกให้ลอยตัวเพียงเล็กน้อยก่อนเมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงยกขึ้นเต็มที่

           30. อย่าสนใจสิ่งสวยงามรอบข้างขณะขับรถ

           ขึ้นชื่อว่ายานพาหนะแล้ว ย่อมมีอันตราย หากวิ่งไปเฉี่ยวชนผู้คนและสิ่งของยิ่งเป็นรถโฟล์คลิฟท์หรือรถยกที่ใช้ลำเลียงขนส่งวัตถุสิ่งของในโรงงานด้วยแล้ว นอกจากการเฉี่ยวชนแล้ว ยังอาจทำให้สิ่งของที่บรรทุกหล่นลงมาทับซ้ำอีกด้วยการขับขี่ต้องได้รับการฝึกหัดและต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับหากปฏิบัติได้ถูกต้องตามที่ได้กล่าวมาทั้ง 30 ข้อแล้ว อุบัติเหตุที่เกิดจากการขับรถฟอร์คลิฟท์ก็คงจะ ไม่เกิดเป็นแน่



           1. ผู้ที่ได้รับการอนุญาต และอบรมอย่างถูกต้องเท่านั้น ควรเป็นผู้ขับขี่รถยก

           2. ก่อนเริ่มงานควรตรวจสภาพของรถยก

           3. รถที่จะพร้อมทำงานได้ต้องอยู่ในสภาพที่ดีพร้อมปฏิเสธการทำงานทันที ถ้าท่านเห็นว่ารถยกไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมจะทำงานอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

           4. รายงานโดยทันทีทันใดต่อหัวหน้างานเมื่อตรวจพบสิ่งบกพร่องเสียหาย หรือเมื่อต้องการซ่อมหยุดใช้งานชั่วคราวสำหรับรถยกที่บกพร่องหรือรถที่ต้องการซ่อมแซมจนกว่าจะได้รับการซ่อมให้คืนสภาพเดิม ระลึกไว้เสมอว่าการทำงานที่ปลอดภัยขึ้นอยู่กับรถยกที่มีสภาพสมบูรณ์

           5. อย่าบรรทุกน้ำหนักเกิน ตรวจสอบน้ำหนักของ ของที่จะยกว่าไม่เกินขีดจำกัดของรถยก(ในแต่ละรุ่นที่ใช้) พึงระวังเรื่องน้ำหนักและจุดศูนย์ถ่วงการทำงานจะปลอดภัย ขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่ยกไม่เกินขีดจำกัด

           6. เลือกใช้ Pallet ให้เหมาะสมกับของที่จะยก Pallet ที่ใช้เป็นฐานรองต้องอยู่ในสภาพที่ดี การยุบหรือหักพัง เกิดขึ้นเพราะ Pallet อยู่ในสภาพที่ไม่แข็งแรงพอ

           7. ตั้งระยะความกว้างของงาให้พอเหมาะก่อนเข้ายกของ จงมั่นใจว่าระยะกว้างของงาอยู่ในระยะที่พอดีกับ Pallet การจัดระยะความกว้างของงาให้เหมาะสม ช่วยให้การยกของมีความทรงตัวดียิ่งขึ้น

           8. ระมัดระวังและรอบคอบในเรื่องน้ำหนักบรรทุกในกรณีที่สิ่งของที่บรรทุกเป็นหีบห่อ ต่างน้ำหนักและขนาดบรรทุกแต่พอควร รวมทั้งการจัดวางตำแหน่งของหีบห่อ เพื่อความปลอดภัย

           9. น้ำหนักของสิ่งของที่บรรทุกบนงาควรจัดให้ได้ศูนย์ถ่วงเมื่อบรรทุกของที่มีความกว้างเกินส่วนกว้างของงา ควรทำงานด้วยความระมัดระวังเพื่อป้องกันสิ่งของที่บรรทุกเลื่อนหลุดออกจากงาในกรณีที่บรรทุกของที่มีความยาวมากๆ ระวังสิ่งของที่บรรทุกและหลุดเลื่อนออกจากแผงกั้นหน้ารถยก เช่น ท่อนซุง

           10. อย่ายกของที่บรรทุกไว้สูง ขณะที่รถยกวิ่งผ่านพื้นลาดเอียงต่างระดับเมื่อบรรทุกของและรถต้องวิ่งผ่านพื้นลาดเอียงต่างระดับ อย่ายกงาที่บรรทุกของไว้สูงๆ ควรยกให้สูงจากพื้นถนนเพียงเล็กน้อย เพื่อป้องกันมิให้เกิดการกระเทือนเพราะแรงสะดุด ซึ่งอาจทำให้รถคว่ำได้

           11. ห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดอยู่ในระหว่างบริเวณของรถยกห้ามยืนหรือเดินผ่านใต้งาของรถยก ไม่ว่าจะบรรทุกของอยู่หรือไม่

           12. ขณะขับรถ ห้ามยื่นมือหรือเท้าออกไปเกินส่วนที่เป็นเสาของรถยกมิฉะนั้นอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ขับขี่ได้

           13. ให้ตะแกรงกั้นของและหลังคานิรภัยสำหรับการใช้งานยกของสูงๆ

           14. เมื่อบรรทุกของอย่ายกงาขึ้นสูง ถ้าเสาอยู่ในลักษณะเอนหน้าเมื่อบรรทุกของอยู่บนงา เสาควรอยู่ในลักษณะตรงหรือ เอนหลังตลอดเวลา เว้นแต่เมื่อจะเข้าวางของลงบนชั้น

           15. เมื่อบรรทุกของและนำรถออกวิ่งอย่ายกงาสูงรักษาระดับงาให้สูงจากพื้นถนนประมาณ 100 ถึง 150 มิลลิเมตร (4-6นิ้ว) อย่ายกงาขึ้นสูงเมื่อบรรทุกของและนำรถออกวิ่งโดยไม่จำเป็น

           16. ปรับให้เสาเอนหน้าหลัง เพื่อให้หีบห่อซึ่งบรรทุกอยู่บนงาแนบชิดกับแผงกั้นสอดงาใต้ของที่จะบรรทุกให้สุดความยาว ปรับเสาให้เอนหลังเพื่อให้หีบห่อที่บรรทุกอยู่บนงาแนบชิดกับแผงกั้น

           17. ก่อนออกรถ มองหน้า-หลังให้ดีก่อนออกรถต้องแน่ใจว่า เสา งา และของที่บรรทุกอยู่ในสภาพเรียบร้อย และเส้นทางที่จะนำรถออกวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือหลังนั้นว่าง

           18. ออกและหยุดรถอย่างนิ่มนวล หลีกเลี่ยงการออกหรือหยุดรถโดยเร็วหรือกระตุก โดยเฉพาะเมื่อบรรทุกของหรือเข้าวางของ อย่าใช้ความเร็วสูงเมื่อจะเลี้ยวรถ ควรลดความเร็วลงแล้วจึงเลี้ยวรถ

           19. ใช้รถด้วยความระมัดระวังขับขี่ด้วยความระมัดระวังโดยใช้ความเร็วให้เหมาะสมพึงระลึกไว้เสมอว่าท่านทำงานอยู่ในบริเวณที่จำกัด

           20. เว้นระยะห่างให้กับรถยกคันอื่นบ้างเพื่อความปลอดภัยกะระยะเผื่อรถคันหลังไว้บ้าง ในกรณีที่ต้องหยุดรถโดยกะทันหัน

           21. อย่าแซงรถคันอื่น ซึ่งวิ่งไปในเส้นทางเดียวกันอาจะเกิดจุดบอดทำให้มองไม่เห็น อันก่อให้เกิดอันตรายโดยไม่คาดคิดขึ้น

           22. อย่าขับรถยกในขณะที่มีอาการมึนงง หรือใช้รถยกเป็นเครื่องเล่นตลกเมื่อท่านจับพวงมาลัยพึงระลึกเสมอว่า ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดดังนั้นอย่ากระทำการใดๆ อันก่อให้เกิดเหตุยุ่งยากแก่ท่าน

           23. มีสติ และสมาธิในการขับขี่เสมอ

           24. ขับช้าๆ เมื่อผ่านที่เปียกหรือลื่น รถยกอาจจะเสียการทรงตัวในที่เปียกหรือลื่นได้ง่าย

           25. เบาเครื่องให้สัญญาณแตรเมื่อจะเลี้ยวหัวมุม ถ้าสถานที่ทำงานของท่าน ไม่มีกระจกโค้งให้ดูตรงทางหัวมุมต้องระมัดระวังเมื่อจะเลี้ยว โดยการเบาเครื่องแล้วให้สัญญาณแตร และเลี้ยวไปด้วยความระมัดระวัง

           26. การขับรถยกข้ามทางรถไฟ ต้องไปช้าๆ เป็นแนวทะแยงการขับรถยกที่บรรทุกของเข้ามาทางรถไฟย่อมทำให้เกิดการกระเทือน ดังนั้นเพื่อลดแรงกระเทือน ควรขับทะแยงมุมออกไปเพื่อให้ล้อของรถยกข้ามทางรถไฟทีละล้อ อันจะช่วยลดแรงกระเทือนได้

           27. หลีกเลี่ยงการที่จะทำให้เสียการทรงตัว เช่นการขับรถยกลงในหลุม บ่อ หรือสิ่งกีดขวาง อันจะทำให้รถเสียการทรงตัว

           28. เมื่อยกงาขึ้นสูง พึงระวังสิ่งกีดขวางด้านบน พึงระวังสิ่งกีดขวางจากระดับสูง เช่น โคมไฟ สายไฟฟ้า ท่อติดเพดาน ท่อน้ำระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ไม้ หรือหินที่วางขวางอยู่บนประตู และสายพานต่างๆ ลดระดับของงาลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในบริเวณที่จำกัดความสูง

           29. ระมัดระวังด้านข้าง เมื่อบรรทุกของที่มีความกว้างที่ยื่นเลยออกไปจากตัวรถมากๆ ตั้งหลักให้ดีกระยะให้รถยกวิ่งไประหว่างกึ่งกลางของทางวิ่งอันจะเป็นการป้องกันมิให้เกิดการกระทบกระทั่งจนเกิดความเสียหายต่อสิ่งของหรือตัวบุคคล

           30. อย่ายื่นมือหรือเท้าออกนอกเขตตัวรถหรือส่วนหนึ่งส่วนใดออกนอกตัวรถ ขณะขับรถยก

           31. ในสถานที่ที่ค่อนข้างแคบ ควรระวังท้ายรถเวลาเลี้ยว ท้ายรถอาจจะไปกระทบกับเสาหรือกำแพงได้

           32. อย่ายกงาค้างเอาไว้เมื่อวิ่งรถเปล่า ควรลดลงไว้ในระดับต่ำเสมอ เพื่อป้องกันมิให้งาไปเฉี่ยวหรือทิ่มแทงสิ่งของหรือตัวบุคคล

           33. บรรทุกของขนาดใหญ่ หรือสูง ควรวิ่งถอยหลังหากไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดช่วยบอกทางให้ เมื่อบรรทุกของใหญ่หรือของจำนวนมากๆ ทำให้มองไม่เห็นทางข้างหน้า ควรใช้วิธีวิ่งถอยหลังจะปลอดภัยที่สุด

           34. สังเกตพื้นที่จำกัดน้ำหนักควรสังเกตพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ต่อหรือเสริมจะรับน้ำหนักรถยกได้ ไม่ว่าจะบรรทุกของหรือเป็นรถเปล่าๆ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าพื้นต่อหรือพื้นเสริมนั้นๆ ตรึงไว้แน่นและแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักของรถยกได้

           35. ห้ามล้อและวัสดุกันมิให้ล้อเลื่อน เมื่อต้องทำงานโดยให้รถยกของลงจากรถบรรทุก ขอให้แน่ใจว่ารถบรรทุกนั้นๆ ได้ถูกห้ามล้อ และใช้วัสดุที่กันมิให้เกิดการไหลของรถไว้แล้ว เพราะถ้ารถบรรทุกเกิดเลื่อนออกไปข้างหน้า อุบัติเหตุร้ายแรงจะเกิดขึ้นกับผู้ขับขี่รถยกแน่นอน

           36. การขับขึ้นที่ชันหรือลงที่ต่ำ

  • การขึ้นที่ชัน ให้ใช้วิธีเดินหน้าขึ้น

  • การลงที่ต่ำให้ใช้วิธีถอยหลังลง อย่าบรรทุกของและเดินหน้าสู่ที่ต่ำเพราะของอาจะเลื่อนตกได้

  • พึงระวังไว้ว่าในกรณีนี้ควรเดินหน้าหรือถอยหลังอย่างช้าๆ

  •        37. ควรมีผู้ช่วยบอกทาง เมื่อบรรทุกของสูงใหญ่บังตาเพื่อความสะดวก และปลอดภัย

           38. อย่าใช้รถยกแทนลิฟท์ หรือใช้แทนรถบรรทุกผู้โดยสารรถยกถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการยกสิ่งของ จึงไม่ควรถูกใช้เป็นลิฟท์ หรือรถนั่งสำหรับบุคคล เนื่องจากอาจะก่อให้เกิดอันตรายได้

           39. ดับเครื่องยนต์เมื่อเลิกใช้งานไม่ควรจอดรถไว้ที่มีพื้นที่ลาดเอียง ควรดับเครื่องยนต์ ปลดเกียร์ว่าง และควรห้ามล้อเสมอ เพื่อป้องกันมิให้รถยกไหลไปชนสิ่งของหรือบุคคลอื่น

           40. ห้ามสูบบุหรี่ขณะเติมเชื้อเพลิงควรดับเครื่องยนต์ทุกครั้ง และห้ามจุดประกายไป หรือสูบบุหรี่ ขณะเติมน้ำมันเชื้อเพลิง หรือตรวจสอบแบตเตอรี่ โดยเด็ดขาด

           41. ตรวจรารถยกเมื่อเลิกงาน หมั่นตรวจสอบาถยก เพื่อประหยัดเวลา และค่าซ่อมแซม ทำให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน หากตรวจพบสิ่งผิดปกติในการทำงานของรถยกควรรายงานต่อผู้รับผิดชอบทันที

           42. เรียนรู้เกี่ยวกับรถยกให้มากที่สุดก่อนการใช้งาน เพื่อให้เกิดความมั่นใจ และเชี่ยวชาญในการใช้งานรถยก








     

     

    Tags: ความรู้เกี่ยวกับรถโฟล์คลิฟท์, รถยก, ประเภทรถยก, รถยกไฟฟ้า, รถยกนั่งขับ, การใช้งานรถโฟล์คลิฟท์, การดูแลรถโฟล์คลิฟท์

    ที่มา : http://www.bangpoosociety.com/forum/index.php?topic=1477.0

    สินค้าแนะนำ

    Norway

    รถยก 02-6FDA50 S/N 10232

     

     

    Norway

    รถยก 02-7FD35 S/N 30431

     

     

    Norway

    รถยก 7FD40 S/N 11611